Blog

ตะลุยญี่ปุ่น ด้วย 6 สถานที่เที่ยว ที่ไปแล้วจะรัก

เที่ยวญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเยอะมากๆจนไม่เคยรู้ว่าจะท่องเที่ยวที่ไหนก่อน และก็สถานที่เที่ยวยอดนิยมก็มีหลายที่อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น วัง วัง วัด ศาลเจ้า สวนสัตว์ หรือพิพิธภัณฑสถาน สถานที่สำหรับท่องเที่ยวต่างๆเรียกพวกเราว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวแบบครบครันครบถ้วนบริบูรณ์จริงๆวันนี้พวกเราเลยต้องการจะมีสถานที่ชี้แนะที่คนไม่ใช่น้อยท่องเที่ยวกัน จะมีที่แห่งใดบ้างตามมาดูกันเลย 1. ปราสาทฮิเมจิ Himeji Castle จุดนี้จะต้องเป็นที่ที่จะจำเป็นต้องมาแวะท่องเที่ยวให้ได้ เพราะเหตุว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น วังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่ใหญ่รวมทั้งสวยสดงดงาม ซึ่งเป็นประสาทในแบบอย่างญี่ปุ่นที่คุณมาก็จะได้บรรยากาศแบบย้อนยุคในญี่ปุ่น 2. สวนกวางนารา Nara Park ตรงนี้เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่กินอาณาเขตรอบๆสวนเมืองเก่า ถือเป็นเขตท่องเที่ยวหลักของเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนไม่ใช่น้อย ทั้งยังส่วนนี้ที่เรียกว่าสวนกวางที่นารานั่นก็เนื่องจากว่ามีกวางอยู่ในสวนนี้เยอะแยะ คุณสามารถให้อาหารกวางได้โดยจะมีจุดขายของกินกวางโดยยิ่งไปกว่านั้นอยู่ 3. โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ Tokyo เที่ยวญี่ปุ่น Disneyland New movie เป็นสวนสนุกที่ใครๆก็ต้องการจะมาโดยเฉพาะคนที่ถูกใจตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์ ที่นี่เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นตั้งอยู่ที่เมืองชิบะใกล้ๆกับเมืองโตเกียว ไม่มีเครื่องเล่นที่จำนวนมากพื้นที่กว้างแบบสุดๆแถมยังมีโชว์ที่สุดยิ่งใหญ่หรูหราของเหล่าการ์ตูนยอดฮิตมาให้ได้ดูกันอีกด้วย 4. สวนคาวาจิฟูจิ Kawachi Fuji Garden จุดชมดอกวิสครั้งเรียยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่ตั้งอยู่เมืองคิตะ คิวยก ที่มีอุโมงค์ของดอกวิสทีเรียที่สร้างจากต้นวิสทีเรียเพียงแค่ต้นเดียว บอกเลยว่าสวยขนาดที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ยอดเยี่ยมสถานที่วิวที่สวยที่สุดในโลกมาแล้ว คุณมาที่นี่คุณจะได้บรรยากาศแบบสไตล์ชนบทของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยสวนดอกวิสหนเรีย บอกเลยว่าหากคุณไม่มาเที่ยวที่นี่ก็นับว่าพลาดสุดๆ 5. สวนฮิตาชิ ซีไซด์ Hitachi Seaside Park ที่เป็นเสมือนสวนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบดอกไม้ ตั้งอยู่ที่เมืองฮิตาชินากาของจังหวัดอิบารากิ เพราะไม่ว่าจะมาท่องเที่ยวช่วงไหนก็จะได้เห็นความงดงามของดอกไม้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู แม้กระนั้นตอนฤดูที่จะมีคนมาเที่ยวเยอะที่สุด ก็ชอบเป็นฤดูใบไม้ผลิที่จะมองเห็นทุ่งดอกเนโมฟิลาเป็นจำนวนมากกว่า 4,500,000 ดอก ที่มีสีฟ้าบานสะพรั่งไปทั่วทุ่งดอกไม้บอกได้เลยว่าสวยสะกดตาเอามากๆ 6. สวนสัตว์อะซาฮิกาว่า Asahikawa zoo เป็นสวนสัตว์อันดับ ทัวร์ญี่ปุ่น 1 ของฮอกไกโด มีขนาดที่ใหญ่และก็มีจำนวนสัตว์ที่มากมาย ไฮไลท์ของตรงนี้จะเป็นการได้ชมเจ้าเพนกวินตัวน้อย อ้วนท้วนเดินไปมาเป็นขบวนท่ามกลางหิมะในระยะชิด คนไหนที่ชอบสัตว์พวกเพนกวินก็น่าจะมาท่องเที่ยวที่นี่ ด้วยเหตุว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักน่าเอ็นดูเกินบรรยายจริงๆ

ไปเที่ยวประเทศเกาหลีหนแรก จะต้องเตรียมยังไงบ้าง

เที่ยวเกาหลี จะไปท่องเที่ยวเที่ยวประเทศเกาหลีหรือจะไปกับทัวร์ประเทศเกาหลีทั้งที หลายๆคนก็จะรู้ตื่นเต้นกันไม่มากมายก็น้อย และยิ่งคนเคยยังไม่เคยไปยังต่างประเทศเลยยิ่งทำให้ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เที่ยวเกาหลี ที่สำคัญบางบุคคลที่ไม่เคยไปยังประเทศต่างๆก็ไม่เคยรู้เลยว่าน่าจะเตรียมอะไรไปบ้าง วันนี้เราจะมาาแนะนำกระบวนการเตรียมตัวเมื่อจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลีกัน 1. ตรวจประเทศ พวกเราจะไปประเทศเกาหลีเราก็จำต้องลงมือหาข้อมูลต่างๆนทันที ไม่ว่าจะเป็นขอบเขต เมืองที่จะไป ภาษาทางการ ภาษาพูด เที่ยวเกาหลี อากาศในช่วงที่จะไป อาหารของที่เกาหลี แล้วก็วัฒนธรรมพื้นฐานของประเทศเกาหลี คุณควรเตรียมตัวสำหรับการเดินทางนั่นก็เพื่อเมื่อเราถึงเป้าหมาย ก็จะได้สบายและก็ความกลุ้มใจก็จะลดน้อยลง 2. กระเป๋าแล้วก็หนังสือเดินทางจะต้องพร้อม ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองที่เจริญรุ่งเรืองแล้วไหมเจริญอย่างไรซะก็มีลักขโมยกันทั้งหมด การพกเงินสดควรต้องจะแบ่งได้ก้อนเล็กๆหลายก้อน แล้วใส่ไว้จากที่ต่างๆหากว่าเผื่อก้อนไหนหายก็จะยังมีสำรองไว้ใช้อีกก้อนนึง แล้วเวลาออกท่องเที่ยวด้านนอกก็ควรจะใช้กระเป๋าสำหรับสะพายที่แนบกับตัวพอดีและก็มีซิปที่ล็อคแน่นหนา ควรนำเอาหนังสือเดินทางติดตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหน ให้ทำสำเนาหน้าแรกเขามีทรายเก็บแยกไว้หรือส่งอีเมลเก็บไว้ และก็วันนี้แผนที่กับเนื้อหาการติดต่อสถานทูตไทยในประเทศประเทศเกาหลีไว้ด้วย 3. ติดตามข้อมูล คุณควรจะติดตามข่าวสารของประเทศเกาหลีอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สภาพอากาศ การบ้านการเมือง หรือปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเดินทางภายในประเทศ เพราะเหตุว่าอาจทำให้ทิปของคุณนั้นมีปัญหาหรือตกอยู่ในเหตุการณ์อันตรายได้เมื่อเดินทางไปถึงที่โน่นแล้ว แต่ว่าจริงๆก็ไม่ต้องกลัวจนเหลือเกินทำเพียงแค่เพื่อเช็คเอาความมั่นใจเท่านั้นเอง 4. เล่าเรียนทาง การซื้อตั๋วที่ไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายก่ายกองหลายสายอาจจะก่อให้คุณงงงวยได้ คุณจะต้องคิดแผนทางล่วงหน้าอย่างประณีตเพื่อที่จะได้ไม่หลงทาง รวมทั้งต้องมีแผนที่ประจำตัวอยู่ตลอด 5. เลือกสถานที่ท่องเที่ยว การจะไปเที่ยวจะสนุกสนานมากยิ่งขึ้นหากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง อย่างเช่น งานเทศกาลประจำปี นิทรรศการพิเศษ หรือมีโปรโมชั่นต่างๆบางสถานที่ก็อยู่ติดๆกันเรียกว่าเป็นโซนคุณต้องลองหาข้อมูลนิดหน่อยเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ ว่ากำลังพลาดอะไรสนุกสนานๆไปบ้าง 6. ตรวจสอบความพร้อมเพรียงทางการแพทย์ เวลาคุณไปเที่ยวต่างถิ่นก็ควรจะซื้อประกันการเดินทางไปด้วย อย่างนั้นก็หากว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยกระทันหัน สำหรับในการทำประกันคุณก็ต้องถามบริษัทรับรองที่ซื้อเพราะ คุ้มครองอะไรบ้างหรือมีคำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเกิดเหตุนึกไม่ถึง แล้วคุณจึงควรเจอเลขลำดับสำหรับในการติดต่อเพื่อในกรณีเร่งด่วนเอาไว้ด้วยเสมอ จบแล้วกับการเตรียมการท่องเที่ยวประเทศเกาหลี เป็นยังไงบ้างบทความความนี้ช่วยปรับให้คุณรู้สึกเตรียมพร้อมไปเที่ยวประเทศเกาหลีได้อย่างขึ้นหรือไม่ เชื่อเถอะว่าหากว่าคุณเตรียมตัวพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์เอาไว้ คุณจะได้ท่องเที่ยวอย่างเบิกบานและก็ไร้กังวลอย่างแน่แท้

6 แหล่งที่ท่องเที่ยวในโตเกียว ซึ่งสามารถมาท่องเที่ยวได้ทุกฤดู!!

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองโตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ผู้ใดอยากมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องคิดถึงเป็นที่แรก ด้วยเหตุว่าเมืองโตเกียวนั้นเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ช้อป กิน อย่างสมบูรณ์! บอกได้เลยว่าห้ามพลาดตรงนี้เด็ดขาดหากว่ามีโอกาสได้มาเยือน ซึ่งวันนี้พวกเราจะพาทุกคนมาเที่ยวในเมืองโตเกียว ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ในทุกฤดู ซึ่งสถานที่นี้จะเป็นที่ได้รับความนิยมแล้วก็นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยม!! มาดูกันเลยจ๊าว่ามีที่แห่งใดบ้าง ลุ้ย!! ( 1 ) Meiji Jingu “ศาลเจ้าเมจิ” เป็นศาลเจ้าแบบชินโตขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมากมายก่ายกองของประเทศญี่ปุ่น ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพัตราธิราชเมจิรวมทั้งพระมเหสีโชเคง ศาลเจ้านั้นจะมีการจัดงานพิธีกรรมต่างๆมากมายก่ายกอง อาทิเช่น พิธแต่งงาน ที่จะนิยมมาทำพิธีแต่งงานกันที่นี่อย่างยิ่ง แล้วก็ในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือเฉลิมฉลอง ชาวญี่ปุ่นก็จะนิยมเข้าศาลเจ้าเพื่อขอพรกันจำนวนไม่ใช่น้อย สิ่งที่นักเที่ยวนิยมทำกันเวลาไปเที่ยวศาลเจ้านั่นก็คือ การเขียนคำแสดงความชื่นชมยินดีลงไปในแผ่นไม้เล็กๆเมื่อเขียนเสร็จก็อธิษฐาน แล้วก็ค่อยนำไปห้อยไว้ตรงบริเวณที่มีการให้ห้อย เพราะเชื่อกันว่าสิ่งที่เขียนอธิษฐานลงไปนั้นจะสมหวังอย่างดังใจ ( 2 ) Sensoji Temple “วัดเซนโซจิ” เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณอาซากุสะ มีชื่อเรียกอีกอย่างที่นิยมเรียกกันว่า “วัดโคมแดง หรือ วัดอาซากุสะ” ซึ่งเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และได้รับความนิยมอย่างมากของเมืองโตเกียว ซึ่งถ้าหากว่าผู้ใดกันแน่มาโตเกียวแล้วไม่มาที่นี้ก็เสมือนจะมาไม่ถึง!! วัดนี้จะมีลักษณะเด่นที่โคมสีแดงอันใหญ่ที่เปรียบได้กับเครื่องหมายที่สำคัญของวัดนี้ ถ้าหากคุณได้ดูหนังหรือรายการที่แนะนำสถานที่ในประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเคยเห็นวัดนี้อยู่ในโทรทัศน์บ่อยๆเลยล่ะค่ะ รวมทั้งคนโดยส่วนใหญ่ที่มาวัดนี้ก็ชอบมานิยมขอพรในเรื่องต่างๆเพื่อให้ตนเองสมหวังกัน ( 3 ) Harajuku “ฮาราจูกุ” เป็นถนนสายช้อปปิ้ง ที่เป็นแหล่งเก็บแฟชั่นหลากหลายสไตล์ของเหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่น เป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวต่างประเทศเป็นอย่างมากเลยนะ มาที่นี่คุณจะได้มองเห็นผู้หญิงแต่งคอสเพลย์แบบจัดเต็มน่ารักน่าเอ็นดูๆกันไม่น้อยเลยทีเดียว! ทั้งยังตรงนี้ยังมีร้านค้าร้านบูติกแฟชั่นและร้านอาหารเยอะแยะ กระทั่งคุณจะไม่รู้เรื่องว่าจะทดลองเข้าร้านค้าไหนดี!! ( 4 ) Tokyo Tower “หอสังเกตการณ์เมืองโตเกียว” เป็นแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งที่จะจะต้องมาท่องเที่ยวให้ได้!! เนื่องจากยอดเยี่ยมในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเมืองโตเกียว ซึ่งหอคอยที่นี้ก็แปลงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองโตเกียวไปซะแล้ว! มีความสูงถึง 332.6 เมตร ภายในนั้นมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งคนมีชื่อเสียง มีร้านรวง ร้านขายของฝาก รวมทั้งมีจุดสำหรับชมวิวให้กับนักท่องเที่ยวอยู่ 2 ชั้นร่วมกันก็คือ ชั้นความสูง 150 เมตรรวมทั้ง ชั้นความสูง 250 เมตร ซึ่งทิวทัศน์ข้างบนนั้นบอกเลยว่าสามารถมองได้แบบ 360 องศา ซึ่งถ้าเกิดวันไหนฟ้าโปร่งผ่องใสก็จะสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ( 5 ) Ueno Park “สวนอุเอะโนะ” เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียวแล้วก็นับว่าเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโตเกียวอีกด้วย ทั้งยังที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ วัด ศาลเจ้า ทะเลสาบ…

รีวิวท่องเที่ยวพระราชวังเคียงบกกุง กับทัวร์ประเทศเกาหลีที่เดียวคุ้ม เหิมใจ!

ทัวร์เกาหลี พอดีในวันหยุดก่อนหน้านี้ได้ท่องเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีที่พระราชวังเคียงบงกุงมาเลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ดีๆให้เพื่อนฝูงๆได้รู้กัน ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นราชสำนักที่ใหญ่รวมทั้งเก่าแก่ที่สุดในเมืองที่ได้ทำขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงค์โซชอน ไม่ประหลาดใจเลยละจ้ะที่ได้กลายเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของกรุงโซล ปากทางเข้าของพระรางชวังนั้นใหญ่ยอดเยี่ยมเอามากๆวันนี้โชคดีมากเลยเนื่องจากอากาศสดใสไม่มีเมฆมาบังมากจึงมีนักท่องเที่ยวมากันเยอะมากๆ ในพระรางวังก็จะมีการเลียนแบบให้ดูด้วยว่าเป็นยังอย่างห้องอาหารก็จะมีการจำลองชุดอาหารไว้ เพื่อจะได้ทราบว่าการกินการอยู่ในยุคนั้นเป็นยังไงต้องบอกว่าสิ่งของที่เขาได้เตรียมพร้อมเป็นเลียนแบบนั้นมันเหมือนจริงเอามากๆเลยรู้สึกเสมือนหลุดเข้าไปอีกโลกเหมือนอยู่ในหนังเกาหลีโบราณเลยละค่ะ แต่ในนิดหน่อยในราชสำนักได้หายไปเนื่องมาจากในอดีตได้มีการรุกรานจากประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้อาคารส่วนมากก็ได้ถูกทำลายลงคงเหลืออยู่แค่เพียง 10 หลังแค่นั้น ด้านในบริเวณของพระราชสำนักก็มีสถาปัตยกรรมที่น่าดึงดูดไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคึนจองวอนหรือศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งได้ตั้งอยู่ภายในรอบๆสระมีบรรยากาศที่งดงามรื่นรมย์เอามากๆทั้งยังด้านในนั้นก็ยังมีร้านค้าขายชุดฮันบกโบราณที่สามารถเช่าชุดก็เลยได้เช่าชุดมา 1 ชุดเพื่อไว้ใส่ถ่ายรูปกับพระราชวัง แหมก็มาทั้งทีก็จำเป็นต้องเต็มกำลังกันนิดเดียว แล้วถ้าเข้ามาเที่ยวตรงนี้ก็จะมองเห็นเด็กๆมาทัศนศึกษากันเต็มไปหมดพี่จะมีคุณครูคนดูแลรอดูแลพวกเราก็เดินพาเด็กไปเที่ยวทีละจุด ทัวร์เกาหลี พอออกมาข้างๆของวังก็จะมีร้านค้าต่างๆมากมายก่ายกองไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร เที่ยวเกาหลี ร้านคาเฟ่ ร้านขายของชำร่วยต่างๆห้องอาหารบางร้านค้าก็คนแน่นบางร้านก็ตกแต่งแบบสไตล์โบราณซึ่งมันก็แปลกใหม่ส่วนตัวสำหรับเราดี การเดินทางมาท่องเที่ยวพระราชวังที่นี้ก็ทำให้รู้สึกว่าได้รู้จะวัฒนธรรมรวมทั้งวิถีชีวิตของชาวประเทศเกาหลีมากยิ่งขึ้น ซึ่งรอบๆแถวนี้มันยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เป็นแหล่งพิพิธภัณฑ์แหล่งวัฒนธรรมต่างๆที่เป็นความยินดีของคนประเทศเกาหลี บอกเลยว่ามาเที่ยวที่เดียวแม้กระนั้นเป็นการมาที่คุ้มเอามากๆแล้วก็เล่นเอาชะเมื่อยล้าอยู่เหมือนกัน ขอชี้แนะเส้นทางท่องเที่ยวในพระราชสำนักที่จะสามารถไปเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้ อย่างแรกให้เริ่มเดินจากหน้าพระราชวังก่อน แล้วให้เดินตรงไปเรื่อยๆผ่านตึกตำหนักต่างๆจนถึงไปถึงถึงข้างหลังพระราชสำนักแล้วเที่ยวชมพระราชวังรวมทั้งศาลากลางนี้ จากนั้นเดินย้อนมาทางพิพิธภัณฑสถานทางด้านขวาแล้วก็เดินออกประตูข้างๆ ก็จะสามารถเดินไปยังถนนเส้นช้อปปิ้งและท่องเที่ยวหมู่บ้านบุคชอนฮันอกได้

6 อาหารขบเคี้ยวที่จำเป็นต้องลอง เมื่อไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี!

เที่ยวเกาหลี บอกเลยว่าเกาหลีนั้นมีอาหารที่น่าอร่อยไม่น้อยเลยทีเดียวเลย เมื่อเพื่อนฝูงๆได้ท่องเที่ยวเกาหลีแล้วยืนยันเลยว่าต้องเลือกผิดว่าจะรับประทานอะไรดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งวันนี้ก็อยากจะมาชี้แนะขนมขบเคี้ยว ที่รับรองเลยจ้าคะว่าจึงควรอร่อยสหายๆอย่างแน่นอน!! อาหารที่จะมาเสนอแนะมีอะไรบ้าง ทัวร์เกาหลีราคาถูก มาดูกันเลย!! 1. ราเมนฮอทดอก Ramen ทัวร์เกาหลีราคาถูก hotdog เป็นของกินที่เอาฮอทดอกแล้วห่อด้วยใบหมี่ครึ่งสำเร็จรูป แล้วหลังจากนั้นก็นำเอามาทิ่มกับไม้แล้วก็นำไปทอดให้เหลืองกรอบ เป็นการผสมด้วงฮอทดอกและบะหมี่สำเร็จรูปนั่นเอง บอกเลยว่ามันจะอร่อยเป็นอันมากในช่วงเวลาที่ทอดเสร็จใหม่ๆเพื่อนๆซื้อรับประทานก็จำเป็นที่จะต้องรีบรับประทานทันทีทันใด เพื่อได้รสความอร่อยแล้วก็ความกรอบนั่นเอง 2. หนอนไหมประเทศเกาหลี Beondegi คล้ายกับหนอนของบ้านพวกเรา แม้กระนั้นตรงนี้จะเป็นหนอนไหมทอดที่คนเกาหลีก็เอามาต้มซุปและเอามาทานเล่น ซึ่งรสก็จะออกเค็มๆหนึบๆซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้รับประทานกล้วยๆนะเขาจะมีเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้นเอง คนใดกันแน่ที่ถูกใจกินลดหย่อนและก็น่าจะกินนอนไหมประเทศเกาหลีได้ 3. พุงออปัง หรือ ขนมปังปลาไส้ถั่วแดง bungeoppang เป็นขนมปังรูปปลาแล้วข้างในตัวปลานั้นจะเป็นไส้ถั่วแดงกวน ซึ่งในบางร้านค้าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีไส้อื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นไส้ครีมหรือไส้ช็อกโกแลต การทานให้อร่อยที่สุดเลยก็คือน่าจะทานในเวลาที่มันร้อน เนื่องจากว่ามันจะกรอบนอกและนุ่มในกินแล้วอร่อยมากๆ 4. ออมุก Ehmook เป็นอาหารที่ทำด้วยปลาบดซึ่งทำมาจากเนื้อปลาแท้ๆผสมด้วยผักสับละเอียดรวมทั้งแป้ง ปั้นเป็นก้อนและนำมาแทงไม้แล้วลงทอดหรือว่าต้ม ซึ่งอาหารประเภทนี้เขาจะทำกันแบบใหม่ๆจึงจำเป็นต้องคอยซื้อนานหน่อย แล้วนอกเหนือจากลาหมดก็ยังสามารถนำอาหารจำพวกอื่นมาเสียบบนไม้ได้อีกด้วยว่าจะเป็นไก่ย่างหรือฮอตด็อก 5. เกี๊ยวเกาหลีมันมอง Mandu เป็นอาหารที่สามารถรับประทานเล่นก็ได้หรือจะรับประทานเป็นอาหารหรือเป็นของกินไปเลยก็ได้เกี๊ยวประเทศเกาหลีอันนี้จะเป็นของกินยอดนิยมของชาวประเทศเกาหลีมากมาย จะมีหลายไส้อย่างมากซึ่งไส้ที่ยอดฮิตกันเลยก็คือใส่เนื้อสับผสมกับเต้าหู้แล้วก็ผักและนำไปทอดให้กรอบ บอกเลยว่าหากรับประทานแล้วควรต้องต้องการกินอีกอย่างแน่แท้ 6. ต๊อกโบกี Tteokbokki เป็นของกินเล่นที่เมื่อไปถึงเกาหลีจำเป็นที่จะต้องกินให้ได้อย่างมาก ซึ่งเป็นของกินที่ทำมาหากินได้ง่ายในเกาหลี ซึ่งของกินชนิดนี้ทำจากแป้งนุ่มราดด้วยซอสพริกรสเผ็ดหวานหรือที่เรียกว่าซอสโคชูจัง ใครที่ชอบรับประทานเผ็ดและต้องการหาอะไรเที่ยวเล่นๆก็จำเป็นจะต้องไม่พลาดอย่างเด็ดขาด

5 สถานที่สวยๆในประเทศญี่ปุ่น ที่งามจนจะต้องอัพอเพียงวดเพื่อนพ้องในโซเซียล!

เที่ยวญี่ปุ่น ผู้ใดกันแน่ที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็อาจต้องการจะหารูปงามๆอัพลง Facebook หรือ Instagram เนื่องจากในปัจจุบันไปไหนรับประทานอะไรหรือจะทำอะไรก็ต้องถ่ายภาพลงอัพเดทอยู่เสมอเวลา ซึ่งสิ่งพวกนั้นก็เปรียบเหมือนไดอารี่ที่พวกเราได้อัพรูปเอาไว้ในขณะนั้น วันนี้เราก็เลยต้องการจะเอาอกเอาใจสาวกคนที่ถูกใจท่องเที่ยวรวมทั้งชอบถ่ายภาพทั้งหลายแหล่ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก พวกเราจึงมี 7 สถานที่ที่คุณจำเป็นต้องอย่าลืมไปถ่ายรูปเด็ดขาด สถานที่พวกนี้สวยแล้วก็เหมาะที่จะถ่ายรูปหลงบรรพชาเพื่อนๆในอินตาแกรมเอามากๆ 1. ทาคานาว่า พริ้นเซสการ์เดน Takanawa Princess Garden จังหวัด : โตเกียว ที่นี่จะมีบรรยากาศความสวยงามในสไตล์แบบยุโรปที่หาได้ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่จะมีบรรยากาศแบบมึงยุโรปยุคยุคกลางหรือว่าจะเป็นทั้งทางเดินหรือตึกต่างๆที่ทำให้รู้สึกราวกับหลุดออกมาอยู่ในยุโรปแท้ๆจนกระทั่งจะต้องฉงนใจเลยว่าอยู่ในญี่ปุ่นจริงๆหรือเปล่า? รวมทั้งตรงนี้ก็ยังมีร้านอาหารแล้วก็สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่งามราววังในกรุงเวียดนามอีกด้วย 2. ซารุชิมะ Sarushima จังหวัด : คานากาว่า ที่นี่รู้จักกันอีกในชื่อเลยก็คือเกาะลิง ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเกาะแห่งเดียวในอ่าวเมืองโตเกียวที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่ว่าตรงนี้จะเป็นที่พักผ่อนผ่อนคลายของชาวญี่ปุ่น ที่ชอบมาตั้งแคมป์ทำบาร์บีคิวหรือตกปลากินกัน ในฤดูร้อนคนญี่ปุ่นก็ชอบมาอาบแดดกันที่นี่นั่นก็เนื่องจากที่นี่ไม่มีการเดินทางที่สะดวกสบายและก็เป็นสถานที่เที่ยวที่โด่งดังไม่แพ้ที่อื่นด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นเกาะที่มีมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์อีกด้วย 3. ยะสะกะโคชินโด Yasaka Kochindo จังหวัด : เกียวโต จุดที่น่าสนใจของวัดนี้และก็เหมาะสมที่จะถ่ายรูปที่สุดเลยก็คือที่แขวนคุลุกรุซารุ มันเป็นเครื่องรางที่ไว้เขียนคำขอพรซึ่งคล้ายๆกับบอร์ดไม้ที่แขวนไว้ตามศาลเจ้าชินโตทั่วๆไป แม้กระนั้นอันนี้จะมีนานัปการสีสันที่แต่งแต้มก็เลยทำให้ดูกระปรี้กระเปร่ามากเพิ่มขึ้น ถ่ายภาพกับตรงนี้ให้เกิดความสวยงามขึ้นนั้นชี้แนะให้สวมชุดยูกะตะ 4. น้ำตกโนมิโสะ Nomiso Waterfall จังหวัด : ชิบะ น้ำตกที่สวยอย่างกับภาพวาดเลยซึ่งหัวข้อนี้บอกจริงๆมิได้พูดปดแต่อย่างใด น้ำตกแห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่สามารถเพลินไปกับธรรมชาติแล้วก็ความงดงามคละเคล้ากับความดูลึกลับได้ในขณะเดียวกัน ยิ่งในช่วงเช้าที่มีแสงตะวันส่องผ่านถ้ำมากระทบกับผิวน้ำและก็หินรอบๆนั้น ก็จะดูเหมือนสปอร์ตไลท์ที่ส่องลงมา ถ้าคนไหนกันแน่โชคดีก็จะเห็นภาพสะท้อนจากแผ่นน้ำออกมาเป็นรูปหัวใจได้ด้วย 5. สะพานสุมาตะเคียว Sumatakaew จังหวัด : ชิสุโอกะ สะพานแห่งนี้รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งก็คือสะพานที่ความฝัน สะพานนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาไม่นามิแอลป์เหนือเขื่อนทะเลสาบรวมทั้งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาว 90 เมตร ห่างจากพื้นน้ำ 8 เมตร และก็สามารถผ่านได้ครั้งละ 8 คนเท่านั้น เหมาะสมไหมว่าสีของทะเลสาบนั้นจะเปลี่ยนและก็สิ่งแวดล้อมก็จะต่างๆนาๆตามฤดูกาล มีความเห็นว่าถ้าหากไปขอพรเรื่องความรักกึ่งกลางสะพานจะทำให้สิ่งที่ขอนั้นเป็นจริงอีกด้วย

บินลัดฟ้าท่องเที่ยวแดกู(Daegu)มีที่เที่ยวที่ใดบ้างนะ!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก ดำเนินงานอ่อนล้าร่างกายอ่อนแรง แน่นอนว่ามนุษย์เราเมื่อดำเนินงานมาเยอะและอยากที่จะเติมพลังชีวิตกันบ้าง ในเวลานี้พลังชีวิตผู้ใดใกล้จะหมดบ้างแล้วจ้ะ? ถ้ากำลังจะหมดและก็อยากจะเชื้อเชิญทุกคนมาเพิ่มเติมพลังด้วยการจัดกระเป๋าไปประเทศเกาหลีโดยเร่งด่วน! ซึ่งสำหรับในการที่จะท่องเที่ยวในคราวนี้ไม่ได้จะท่องเที่ยวกรุงโซลกันนะจะ แม้กระนั้นพวกเราจะไปเที่ยวเมืองแดกูที่เป็นสถานที่เงียบสงบบรรยากาศดี เล่ามาชะขนาดนี้เริ่มต้องการไปแล้วใช่ไหมล่ะ เที่ยวเกาหลี ถ้างั้นไปกันเลย! 1. สวนสนุก E-World ที่แรกที่พวกเราจะมานั้นก็เป็น สวนสนุก E-World เป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตเอามากๆถ้าหากใครกันแน่ที่อายุเยอะแล้วกลุ้มอกกลุ้มใจว่าจะเข้าได้ไหม ก็ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะเพราะเหตุว่าเข้าได้อย่างแน่แท้ สวนสนุกแห่งนี้เค้ามีเครื่องเล่นมากไม่น้อยเลยทีเดียวตั้งแต่เด็กๆจนกระทั่งผู้ใหญ่เลยทีเดียว แบบงี้อาจเล่นไม่ครบแน่นอน ก็ไม่แปลกเท่าใดเพราะเหตุว่าที่นี่เค้าติดท็อป 3 สวยสนุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีอีกด้วย ยอดมากอย่างยิ่งจริงๆ 2. Palgongsan Cherry Blossom Rosd เมืองแดกูเป็นเมืองที่เหมาะสมกับการมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิเอามากๆเลย เพราะเหตุว่าที่นี่มีจุดดูดอกซากุระงามๆมากมาย จนชาวกรุงที่นี้ได้จัดงานเทศกาลดูดอกซากุระในช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิเลยชะเลย! คนใดกันแน่ที่มีโอกาสมาท่องเที่ยวก็อย่าลืมมาดูดูดอกซากุระสีชมพูหวานที่เมืองแดกู บอกเลยว่างามไม่แพ้ที่ใดๆแน่ๆ 3. Daegu Dongseongno Street เอาละต่อมาก็จะเป็นแหล่งช้องปิ้งที่มีพร้อมเลยละ ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัวค ทัวร์เกาหลีราคาถูก ห้องอาหาร รวมถึงโรงภาพยนต์อีกด้วย เพราะเหตุว่าแบบก็เลยทำให้กลายเป็นที่ชอบใจของเหล่าวัยรุ่นและก็ทุกคนมหาศาล แหมจะไม่ให้ชอบได้ยังไงละค่ะมีครบเครื่องชะขนาดนี้ บวกกับมาเดินที่นี่ก็จะได้อารมณ์ราวกับอยู่เมียงป่าด้วย แล้วยังเป็นแหล่งช้อปที่ใหญ่กว่าเมียงป่าอีกด้วยแรงทุกคน 4. Seonam Market ตลาดพื้นบ้านของแดกูที่อารมณ์คล้ายตลาดบ้านพวกเรา ซึ่งมีคนบอกว่าหากต้องการรู้ว่าประเทศชาติไหนเป็นยังไงให้ทดลองไปตลาดดู โน่นละขาถ้าอยกทดลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ก็จะต้องมาท่องเที่ยวที่ตลาดซอนัมอา ที่มีทั้งหมดทุกอย่างผู้ใดที่อยากมากินอาหารรสชาติเกากลีแท้ๆก็จำเป็นต้องแวะมากินมอง ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกมาก ระวังน้ำหนักเพิ่มเอานะถ้าหากกินเยอะแยะ ได้ท่องเที่ยวแดกูรู้สึกอย่างไรกันบ้างค่ะทุกคน ซึ่งที่ได้พามาท่องเที่ยวนอกดูนี้ก็เนื่องจากว่าคนใดกันที่บางครั้งอาจจะเบื่อโซลแล้วต้องการหาอะไรใหม่ๆเที่ยวบ้าง ก็ลองท่องเที่ยวชานเมืองบ้างนะคะบอกเลยว่ามีสถานที่ในแดกูที่น่าท่องเที่ยวเยอะมากเลยคะขอบอก ต้องลองไปดูแล้วจะรู้ว่ามันดีจริง

ท่องเที่ยวกับทัวร์ 5 วัน 3 คืน บินลัดฟ้าไปประเทศเกาหลี ราคาสบายกระเป๋า!

เที่ยวเกาหลี จุดเริ่มแรกที่อยากจะมาเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีนี้ ก็เนื่องจากอยากมาสัมผัสบรรยากาศที่ประเทศเกาหลีมองมองเห็นในซีรีย์น่าไปหลายที่เอามากๆก็เลยต้องการลองเห็นด้วยตัวเองสักครั้ง แถมไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงเรื่องที่อยู่ภาษาอะไรเยอะแยะเพราะเหตุว่ามากับทัวร์ก็สุขใจได้เลยละคะ เค้าได้จัดเตรียมทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้ให้หมดทุกสิ่งทุกอย่างแบบไปอย่างสบายใจได้เลย วันนี้จะมานำเสนอสถานที่ได้ไปในเกาหลี 5 วัน 3 คืนวันนี้ว่ามีที่แห่งไหนบ้าง ตามมามองกันเลยจ๊ะ 1. วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) เป็นพระราชสำนักที่เมื่อมาถึงประเทศเกาหลีแล้วควรค่าจะมามากมายเลยจริงๆราชสำนักแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากแถมยังโบราณที่สุดในกรุงโซล ถ้าเกิดกล่าวว่าเก่าแก่แค่ไหนนั้นจำต้องบอกแล้วว่าราชวังแห่งนี้ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชชอน แถมที่นี่ยังเป็นเครื่องหมายของประเทศเกาหลี แล้วก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ถ้าหากคนไหนกันมาโซลก็จำเป็นต้องมาที่นี่ให้ได้ ไม่แบบนี้ก็จะนับว่ามาไม่ถึง จำเป็นต้องบอกเลยว่าสถาปัตยกรรมของตรงนี้ตระการตามีเอกลักษณ์เอามากๆเห็นแล้วอดคิดมิได้ว่าคิดได้ยังไงกัน แม้จะผ่านมาเป็นร้อยกว่าปีก็มีส่วนประกอบที่แข็งแรงดูไม่เก่าลงไปเลย เที่ยวเกาหลี แอบเสียดายที่ไปแล้วไม่ได้ใส่ชุดโบราญของเกาหลี หากใส่แล้วภ่ายกับราชสำนักจำเป็นจะต้องสวยมากมายแน่อารมณ์แบบย้อนยุค 2. หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village) หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้ายโบราณในสมัยโซชอน ที่ยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนไว้อย่างยอดเยี่ยมมาก พอเพียงมาไปเที่ยวเล่นตรงนี้และจากนั้นก็ทำให้รู้สึกได้บรรยากาศอดีตของตรงนี้ เพียงพอเดินไปเรื่อยๆก็จะเห็นบ้านขุนนางระดังสูงของประเทศเกาหลีในสมัยเก่าด้วย เสนอแนะว่าให้เช่าชุดฮันบกมาใส่เดินเล่นเลย เพื่อที่จะเข้ากับบรรยากาศแล้วฟินไปอีกแบบ! คิดแล้วอยากจะไปอีกเลยละค่ะ 3. โซล ทาวเวอร์ (N Seoul เที่ยวเกาหลี Tower) มาถึงที่โซลทาวเวอร์เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถเห็นกรุงโซลทั้งเมือง! ทิวทัศน์งามมากยิ่งเป็นตอนกางคืนก็ยิ่งสวยมากมายเลยจริงๆเนื่องจากว่าหอสังเกตการณ์ที่นี้ถือว่าเป็นจุดที่ทิวทัศน์สวยที่สุดในเอเชียเลยละขา แล้วตรงนี้ก็มิได้มีดีแค่ทิวทัศน์งามแค่นั้น เนื่องจากว่ายังเป็นจุดที่คู่สมรสชอบมาเที่ยวกันจำนวนไม่ใช่น้อย นอกเหนือจากที่นี่จะมีชื่อในด้านทิวทัศน์งามแล้ว ก็ยังมีชื่อในด้านการคล้องกุญแจไว้ที่ราวเหล็กเพื่อมีความรักที่จีรังยั่งยืนอีกด้วย ใครที่มีคู่แล้วต้องการให้รักจีรังยั่งยืนก็ลองมาตรงนี้มองนะคะ เสียดายเราไม่มีคู่เลยอดที่จะคล้องเลย 4. เกาะนามิ (Namiseom Island) ที่สุดแล้วกับเกาะนามิเป็นเกาะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูเลย ไม่ว่าจะฝน ร้อน หนาวก็ตาม แม้กระนั้นฤดูที่น่ามาท่องเที่ยวที่สุดเป็นฤดูใบไม้ผลิจ้ะ เพราะเหตุว่าต้นไม้มากมายจะพากันเปลี่ยนสีเ็นสีส้ม สีเหลือง สีแดง บอกเลยว่าเป็นภาพที่หาที่อื่นมิได้แล้วงามมากมายจริงๆ หมดไปแล้วกับสถานที่ท่องเที่ยวครั้งได้ไปท่องเที่ยวในครั้งนี้ บอกเลยคุ้มเอามากๆรอคอยคิดเงินอีกรอบก็จะไปอีก ถ้าหากเพื่อนฝูงๆได้ไปละก็จำเป็นจะต้องรู้สึกชื่นชอบมากมายแน่ๆ

ไปเที่ยวตอนไหนดีใน 4 ฤดูของเกาหลี

เที่ยวเกาหลี บางบุคคลต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ ก็คงจะคิดละว่าจะไปเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้อีกทั้งท่องเที่ยวบันเทิงใจแล้วก็ช้อปปื้ง วันนี้เราจะพามาแนะนำเพื่อคุณตรวจดูตัวเองว่า ต้องการจะท่องเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของเกาหลี 1. เกาหลีหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม- ก.พ. อุณหภูมิจะอยู่ที่ราวๆ -5 เที่ยวเกาหลี ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมากมาย คนใดกันที่อยากได้เล่นหิมะควรจะตระเตรียมเสื้อแขนยาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเนื่องจากอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายและทำให้ผิวแตกได้ สถานที่เที่ยวที่นิยมในช่วงฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ รวมทั้งลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีวัสดุอุปกรณ์ให้เช่าซึ่งพวกเราไม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับไปให้ยุ่งยาก รับประกันว่าการไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวอย่างงี้ก็ฟินๆไปอีกแบบ 2. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่มี.ค. – พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆมากมายสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของเกาหลี ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการชมดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ทัวร์เกาหลีราคาถูก ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม ชี้แนะให้ไปชมดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกรัฐสภาบอกเลยว่างามเอามาก ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาชมดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็ควรมาในขณะนี้เลย 3. ประเทศเกาหลีฤดูร้อน ตั้งแต่มิถานายน – ส.ค. อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นตอนๆที่ร้อนที่สุดของเกาหลี รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝนกตกบางส่วน ถึงอากาศจะร้อนแต่ก็มีสถานที่เที่ยวยอดฮิตมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก็ เป็นเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ธาตุที่มีสาระต่อสุขภาพมากมายก่ายกอง ผู้ใดกันแน่ที่มาประเทศเกาหลีขณะนี้จำเป็นต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะบอกว่าในช่วงฤดูร้อนของเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้รื้นเริงอยู่ตลอดเวลา ที่ถูกใจท่องเที่ยวแบบตลกขบขันมากับเพื่อนเกลอชี้แนะมาท่องเที่ยวฤดูนี้เลย 4. เกาหลีฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่กันยายน – เดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ประเทศเกาหลีมีสีสันที่แจ่มใส ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็สีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีชีวิตชีวาแสบตา เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวผู้คนจำนวนมากรอคอยอย่างมากมายเพื่อมาชมมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี และก็แหล่งที่คนไปมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่สุดคือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซานและเกาะนามิ จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะเหตุว่าในแต่ละฤดูกาลนั้นมีความสวยและก็ความน่าดึงดูดใจที่นานับประการ ซึ่งมันก็ตามทีความชื่นชอบของแต่ละคน และถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวละก็ขอแนะนำให้เรียนรู้หาข้อมูงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและจัดแจงให้ดีก่อนที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

ท่องเที่ยวตอนไหนดีใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลีราคาถูก บางคนอยากจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ ก็คงคิดละว่าจะไปเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้ทั้งท่องเที่ยวสนุกและก็ช้อปปื้ง วันนี้เราจะพามาชี้แนะเพื่อคุณตรวจดูตัวเองว่า อยากจะท่องเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของเกาหลี 1. ประเทศเกาหลีหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม- กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ที่ราวๆ -5 ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมากมาย คนไหนกันแน่ที่อยากเล่นหิมะควรจัดแจงเสื้อกันหนาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเพราะเหตุว่าอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายและก็ทำให้ผิวแตกได้ สถานที่เที่ยวที่นิยมในฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เที่ยวเกาหลี เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ และลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้เช่าซึ่งพวกเราไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการไปให้ยุ่งยาก รับประกันว่าการท่องเที่ยวในฤดูหนาวอย่างนี้ก็ฟินๆไปอีกในลัษณะหนึ่ง 2. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงๆที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆมากมายสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของเกาหลี ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะกับการดูดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม ชี้แนะให้ไปดูดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกสภานิติบัญญัติบอกเลยว่าสวยสดงดงามเอามาก คนใดกันแน่ที่ต้องการจะมาชมดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็น่าจะมาในระยะนี้เลย 3. ประเทศเกาหลีฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศเกาหลี รวมทั้งอาจจะมีฝนกตกน้อย ถึงอากาศจะร้อนแต่ว่าก็มีสถานที่เที่ยวยอดฮิตเยอะแยะที่นักเดินทางนิยมมาก็ คือเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายล้นหลาม คนไหนกันที่มาเกาหลีช่วงนี้จำเป็นที่จะต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะกล่าวว่าในช่วงฤดูร้อนของประเทศเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้สนุกสนานอยู่ตลอดเวลา ที่ถูกใจไปเที่ยวแบบขำขันมากับเพื่อนฝูงชี้แนะมาเที่ยวฤดูนี้เลย 4. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ก.ย. – พ.ย. อุณหภูมิอยู่ที่ราว 5-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ประเทศเกาหลีมีชีวิตชีวาที่แจ่มใส ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็สีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีสีสันแสบตา เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวหลายคนรอคอยมหาศาลเพื่อมาชมมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี และก็แหล่งที่คนไปเยอะแยะที่สุดคือ เที่ยวเกาหลี อุทยานแห่งชาติซอรัคซานแล้วก็เกาะนามิ จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะว่าในแต่ละฤดูกาลนั้นมีความสวยและความน่าดึงดูดใจที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันสุดแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน และก็ถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวละก็ขอชี้แนะให้เรียนรู้หาข้อมูงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยรวมทั้งเตรียมพร้อมให้ดีก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี