admin

6 อาหารขบเคี้ยวที่จำเป็นต้องลอง เมื่อไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี!

เที่ยวเกาหลี บอกเลยว่าเกาหลีนั้นมีอาหารที่น่าอร่อยไม่น้อยเลยทีเดียวเลย เมื่อเพื่อนฝูงๆได้ท่องเที่ยวเกาหลีแล้วยืนยันเลยว่าต้องเลือกผิดว่าจะรับประทานอะไรดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งวันนี้ก็อยากจะมาชี้แนะขนมขบเคี้ยว ที่รับรองเลยจ้าคะว่าจึงควรอร่อยสหายๆอย่างแน่นอน!! อาหารที่จะมาเสนอแนะมีอะไรบ้าง ทัวร์เกาหลีราคาถูก มาดูกันเลย!! 1. ราเมนฮอทดอก Ramen ทัวร์เกาหลีราคาถูก hotdog เป็นของกินที่เอาฮอทดอกแล้วห่อด้วยใบหมี่ครึ่งสำเร็จรูป แล้วหลังจากนั้นก็นำเอามาทิ่มกับไม้แล้วก็นำไปทอดให้เหลืองกรอบ เป็นการผสมด้วงฮอทดอกและบะหมี่สำเร็จรูปนั่นเอง บอกเลยว่ามันจะอร่อยเป็นอันมากในช่วงเวลาที่ทอดเสร็จใหม่ๆเพื่อนๆซื้อรับประทานก็จำเป็นที่จะต้องรีบรับประทานทันทีทันใด เพื่อได้รสความอร่อยแล้วก็ความกรอบนั่นเอง 2. หนอนไหมประเทศเกาหลี Beondegi คล้ายกับหนอนของบ้านพวกเรา แม้กระนั้นตรงนี้จะเป็นหนอนไหมทอดที่คนเกาหลีก็เอามาต้มซุปและเอามาทานเล่น ซึ่งรสก็จะออกเค็มๆหนึบๆซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้รับประทานกล้วยๆนะเขาจะมีเฉพาะบางฤดูกาลเท่านั้นเอง คนใดกันแน่ที่ถูกใจกินลดหย่อนและก็น่าจะกินนอนไหมประเทศเกาหลีได้ 3. พุงออปัง หรือ ขนมปังปลาไส้ถั่วแดง bungeoppang เป็นขนมปังรูปปลาแล้วข้างในตัวปลานั้นจะเป็นไส้ถั่วแดงกวน ซึ่งในบางร้านค้าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีไส้อื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นไส้ครีมหรือไส้ช็อกโกแลต การทานให้อร่อยที่สุดเลยก็คือน่าจะทานในเวลาที่มันร้อน เนื่องจากว่ามันจะกรอบนอกและนุ่มในกินแล้วอร่อยมากๆ 4. ออมุก Ehmook เป็นอาหารที่ทำด้วยปลาบดซึ่งทำมาจากเนื้อปลาแท้ๆผสมด้วยผักสับละเอียดรวมทั้งแป้ง ปั้นเป็นก้อนและนำมาแทงไม้แล้วลงทอดหรือว่าต้ม ซึ่งอาหารประเภทนี้เขาจะทำกันแบบใหม่ๆจึงจำเป็นต้องคอยซื้อนานหน่อย แล้วนอกเหนือจากลาหมดก็ยังสามารถนำอาหารจำพวกอื่นมาเสียบบนไม้ได้อีกด้วยว่าจะเป็นไก่ย่างหรือฮอตด็อก 5. เกี๊ยวเกาหลีมันมอง Mandu เป็นอาหารที่สามารถรับประทานเล่นก็ได้หรือจะรับประทานเป็นอาหารหรือเป็นของกินไปเลยก็ได้เกี๊ยวประเทศเกาหลีอันนี้จะเป็นของกินยอดนิยมของชาวประเทศเกาหลีมากมาย จะมีหลายไส้อย่างมากซึ่งไส้ที่ยอดฮิตกันเลยก็คือใส่เนื้อสับผสมกับเต้าหู้แล้วก็ผักและนำไปทอดให้กรอบ บอกเลยว่าหากรับประทานแล้วควรต้องต้องการกินอีกอย่างแน่แท้ 6. ต๊อกโบกี Tteokbokki เป็นของกินเล่นที่เมื่อไปถึงเกาหลีจำเป็นที่จะต้องกินให้ได้อย่างมาก ซึ่งเป็นของกินที่ทำมาหากินได้ง่ายในเกาหลี ซึ่งของกินชนิดนี้ทำจากแป้งนุ่มราดด้วยซอสพริกรสเผ็ดหวานหรือที่เรียกว่าซอสโคชูจัง ใครที่ชอบรับประทานเผ็ดและต้องการหาอะไรเที่ยวเล่นๆก็จำเป็นจะต้องไม่พลาดอย่างเด็ดขาด

5 สถานที่สวยๆในประเทศญี่ปุ่น ที่งามจนจะต้องอัพอเพียงวดเพื่อนพ้องในโซเซียล!

เที่ยวญี่ปุ่น ผู้ใดกันแน่ที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็อาจต้องการจะหารูปงามๆอัพลง Facebook หรือ Instagram เนื่องจากในปัจจุบันไปไหนรับประทานอะไรหรือจะทำอะไรก็ต้องถ่ายภาพลงอัพเดทอยู่เสมอเวลา ซึ่งสิ่งพวกนั้นก็เปรียบเหมือนไดอารี่ที่พวกเราได้อัพรูปเอาไว้ในขณะนั้น วันนี้เราก็เลยต้องการจะเอาอกเอาใจสาวกคนที่ถูกใจท่องเที่ยวรวมทั้งชอบถ่ายภาพทั้งหลายแหล่ ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก พวกเราจึงมี 7 สถานที่ที่คุณจำเป็นต้องอย่าลืมไปถ่ายรูปเด็ดขาด สถานที่พวกนี้สวยแล้วก็เหมาะที่จะถ่ายรูปหลงบรรพชาเพื่อนๆในอินตาแกรมเอามากๆ 1. ทาคานาว่า พริ้นเซสการ์เดน Takanawa Princess Garden จังหวัด : โตเกียว ที่นี่จะมีบรรยากาศความสวยงามในสไตล์แบบยุโรปที่หาได้ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่จะมีบรรยากาศแบบมึงยุโรปยุคยุคกลางหรือว่าจะเป็นทั้งทางเดินหรือตึกต่างๆที่ทำให้รู้สึกราวกับหลุดออกมาอยู่ในยุโรปแท้ๆจนกระทั่งจะต้องฉงนใจเลยว่าอยู่ในญี่ปุ่นจริงๆหรือเปล่า? รวมทั้งตรงนี้ก็ยังมีร้านอาหารแล้วก็สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่งามราววังในกรุงเวียดนามอีกด้วย 2. ซารุชิมะ Sarushima จังหวัด : คานากาว่า ที่นี่รู้จักกันอีกในชื่อเลยก็คือเกาะลิง ทัวร์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเกาะแห่งเดียวในอ่าวเมืองโตเกียวที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่ว่าตรงนี้จะเป็นที่พักผ่อนผ่อนคลายของชาวญี่ปุ่น ที่ชอบมาตั้งแคมป์ทำบาร์บีคิวหรือตกปลากินกัน ในฤดูร้อนคนญี่ปุ่นก็ชอบมาอาบแดดกันที่นี่นั่นก็เนื่องจากที่นี่ไม่มีการเดินทางที่สะดวกสบายและก็เป็นสถานที่เที่ยวที่โด่งดังไม่แพ้ที่อื่นด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นเกาะที่มีมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์อีกด้วย 3. ยะสะกะโคชินโด Yasaka Kochindo จังหวัด : เกียวโต จุดที่น่าสนใจของวัดนี้และก็เหมาะสมที่จะถ่ายรูปที่สุดเลยก็คือที่แขวนคุลุกรุซารุ มันเป็นเครื่องรางที่ไว้เขียนคำขอพรซึ่งคล้ายๆกับบอร์ดไม้ที่แขวนไว้ตามศาลเจ้าชินโตทั่วๆไป แม้กระนั้นอันนี้จะมีนานัปการสีสันที่แต่งแต้มก็เลยทำให้ดูกระปรี้กระเปร่ามากเพิ่มขึ้น ถ่ายภาพกับตรงนี้ให้เกิดความสวยงามขึ้นนั้นชี้แนะให้สวมชุดยูกะตะ 4. น้ำตกโนมิโสะ Nomiso Waterfall จังหวัด : ชิบะ น้ำตกที่สวยอย่างกับภาพวาดเลยซึ่งหัวข้อนี้บอกจริงๆมิได้พูดปดแต่อย่างใด น้ำตกแห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่สามารถเพลินไปกับธรรมชาติแล้วก็ความงดงามคละเคล้ากับความดูลึกลับได้ในขณะเดียวกัน ยิ่งในช่วงเช้าที่มีแสงตะวันส่องผ่านถ้ำมากระทบกับผิวน้ำและก็หินรอบๆนั้น ก็จะดูเหมือนสปอร์ตไลท์ที่ส่องลงมา ถ้าคนไหนกันแน่โชคดีก็จะเห็นภาพสะท้อนจากแผ่นน้ำออกมาเป็นรูปหัวใจได้ด้วย 5. สะพานสุมาตะเคียว Sumatakaew จังหวัด : ชิสุโอกะ สะพานแห่งนี้รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งก็คือสะพานที่ความฝัน สะพานนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาไม่นามิแอลป์เหนือเขื่อนทะเลสาบรวมทั้งเป็นสะพานแขวนที่มีความยาว 90 เมตร ห่างจากพื้นน้ำ 8 เมตร และก็สามารถผ่านได้ครั้งละ 8 คนเท่านั้น เหมาะสมไหมว่าสีของทะเลสาบนั้นจะเปลี่ยนและก็สิ่งแวดล้อมก็จะต่างๆนาๆตามฤดูกาล มีความเห็นว่าถ้าหากไปขอพรเรื่องความรักกึ่งกลางสะพานจะทำให้สิ่งที่ขอนั้นเป็นจริงอีกด้วย

บินลัดฟ้าท่องเที่ยวแดกู(Daegu)มีที่เที่ยวที่ใดบ้างนะ!

ทัวร์เกาหลีราคาถูก ดำเนินงานอ่อนล้าร่างกายอ่อนแรง แน่นอนว่ามนุษย์เราเมื่อดำเนินงานมาเยอะและอยากที่จะเติมพลังชีวิตกันบ้าง ในเวลานี้พลังชีวิตผู้ใดใกล้จะหมดบ้างแล้วจ้ะ? ถ้ากำลังจะหมดและก็อยากจะเชื้อเชิญทุกคนมาเพิ่มเติมพลังด้วยการจัดกระเป๋าไปประเทศเกาหลีโดยเร่งด่วน! ซึ่งสำหรับในการที่จะท่องเที่ยวในคราวนี้ไม่ได้จะท่องเที่ยวกรุงโซลกันนะจะ แม้กระนั้นพวกเราจะไปเที่ยวเมืองแดกูที่เป็นสถานที่เงียบสงบบรรยากาศดี เล่ามาชะขนาดนี้เริ่มต้องการไปแล้วใช่ไหมล่ะ เที่ยวเกาหลี ถ้างั้นไปกันเลย! 1. สวนสนุก E-World ที่แรกที่พวกเราจะมานั้นก็เป็น สวนสนุก E-World เป็นจุดท่องเที่ยวยอดฮิตเอามากๆถ้าหากใครกันแน่ที่อายุเยอะแล้วกลุ้มอกกลุ้มใจว่าจะเข้าได้ไหม ก็ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะเพราะเหตุว่าเข้าได้อย่างแน่แท้ สวนสนุกแห่งนี้เค้ามีเครื่องเล่นมากไม่น้อยเลยทีเดียวตั้งแต่เด็กๆจนกระทั่งผู้ใหญ่เลยทีเดียว แบบงี้อาจเล่นไม่ครบแน่นอน ก็ไม่แปลกเท่าใดเพราะเหตุว่าที่นี่เค้าติดท็อป 3 สวยสนุกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีอีกด้วย ยอดมากอย่างยิ่งจริงๆ 2. Palgongsan Cherry Blossom Rosd เมืองแดกูเป็นเมืองที่เหมาะสมกับการมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิเอามากๆเลย เพราะเหตุว่าที่นี่มีจุดดูดอกซากุระงามๆมากมาย จนชาวกรุงที่นี้ได้จัดงานเทศกาลดูดอกซากุระในช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิเลยชะเลย! คนใดกันแน่ที่มีโอกาสมาท่องเที่ยวก็อย่าลืมมาดูดูดอกซากุระสีชมพูหวานที่เมืองแดกู บอกเลยว่างามไม่แพ้ที่ใดๆแน่ๆ 3. Daegu Dongseongno Street เอาละต่อมาก็จะเป็นแหล่งช้องปิ้งที่มีพร้อมเลยละ ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัวค ทัวร์เกาหลีราคาถูก ห้องอาหาร รวมถึงโรงภาพยนต์อีกด้วย เพราะเหตุว่าแบบก็เลยทำให้กลายเป็นที่ชอบใจของเหล่าวัยรุ่นและก็ทุกคนมหาศาล แหมจะไม่ให้ชอบได้ยังไงละค่ะมีครบเครื่องชะขนาดนี้ บวกกับมาเดินที่นี่ก็จะได้อารมณ์ราวกับอยู่เมียงป่าด้วย แล้วยังเป็นแหล่งช้อปที่ใหญ่กว่าเมียงป่าอีกด้วยแรงทุกคน 4. Seonam Market ตลาดพื้นบ้านของแดกูที่อารมณ์คล้ายตลาดบ้านพวกเรา ซึ่งมีคนบอกว่าหากต้องการรู้ว่าประเทศชาติไหนเป็นยังไงให้ทดลองไปตลาดดู โน่นละขาถ้าอยกทดลองสัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ก็จะต้องมาท่องเที่ยวที่ตลาดซอนัมอา ที่มีทั้งหมดทุกอย่างผู้ใดที่อยากมากินอาหารรสชาติเกากลีแท้ๆก็จำเป็นต้องแวะมากินมอง ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกมาก ระวังน้ำหนักเพิ่มเอานะถ้าหากกินเยอะแยะ ได้ท่องเที่ยวแดกูรู้สึกอย่างไรกันบ้างค่ะทุกคน ซึ่งที่ได้พามาท่องเที่ยวนอกดูนี้ก็เนื่องจากว่าคนใดกันที่บางครั้งอาจจะเบื่อโซลแล้วต้องการหาอะไรใหม่ๆเที่ยวบ้าง ก็ลองท่องเที่ยวชานเมืองบ้างนะคะบอกเลยว่ามีสถานที่ในแดกูที่น่าท่องเที่ยวเยอะมากเลยคะขอบอก ต้องลองไปดูแล้วจะรู้ว่ามันดีจริง

ท่องเที่ยวกับทัวร์ 5 วัน 3 คืน บินลัดฟ้าไปประเทศเกาหลี ราคาสบายกระเป๋า!

เที่ยวเกาหลี จุดเริ่มแรกที่อยากจะมาเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลีนี้ ก็เนื่องจากอยากมาสัมผัสบรรยากาศที่ประเทศเกาหลีมองมองเห็นในซีรีย์น่าไปหลายที่เอามากๆก็เลยต้องการลองเห็นด้วยตัวเองสักครั้ง แถมไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงเรื่องที่อยู่ภาษาอะไรเยอะแยะเพราะเหตุว่ามากับทัวร์ก็สุขใจได้เลยละคะ เค้าได้จัดเตรียมทุกๆสิ่งทุกๆอย่างไว้ให้หมดทุกสิ่งทุกอย่างแบบไปอย่างสบายใจได้เลย วันนี้จะมานำเสนอสถานที่ได้ไปในเกาหลี 5 วัน 3 คืนวันนี้ว่ามีที่แห่งไหนบ้าง ตามมามองกันเลยจ๊ะ 1. วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) เป็นพระราชสำนักที่เมื่อมาถึงประเทศเกาหลีแล้วควรค่าจะมามากมายเลยจริงๆราชสำนักแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากแถมยังโบราณที่สุดในกรุงโซล ถ้าเกิดกล่าวว่าเก่าแก่แค่ไหนนั้นจำต้องบอกแล้วว่าราชวังแห่งนี้ผลิตขึ้นในปี 1394 ในยุคพระผู้เป็นเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชชอน แถมที่นี่ยังเป็นเครื่องหมายของประเทศเกาหลี แล้วก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ถ้าหากคนไหนกันมาโซลก็จำเป็นต้องมาที่นี่ให้ได้ ไม่แบบนี้ก็จะนับว่ามาไม่ถึง จำเป็นต้องบอกเลยว่าสถาปัตยกรรมของตรงนี้ตระการตามีเอกลักษณ์เอามากๆเห็นแล้วอดคิดมิได้ว่าคิดได้ยังไงกัน แม้จะผ่านมาเป็นร้อยกว่าปีก็มีส่วนประกอบที่แข็งแรงดูไม่เก่าลงไปเลย เที่ยวเกาหลี แอบเสียดายที่ไปแล้วไม่ได้ใส่ชุดโบราญของเกาหลี หากใส่แล้วภ่ายกับราชสำนักจำเป็นจะต้องสวยมากมายแน่อารมณ์แบบย้อนยุค 2. หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village) หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้ายโบราณในสมัยโซชอน ที่ยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนไว้อย่างยอดเยี่ยมมาก พอเพียงมาไปเที่ยวเล่นตรงนี้และจากนั้นก็ทำให้รู้สึกได้บรรยากาศอดีตของตรงนี้ เพียงพอเดินไปเรื่อยๆก็จะเห็นบ้านขุนนางระดังสูงของประเทศเกาหลีในสมัยเก่าด้วย เสนอแนะว่าให้เช่าชุดฮันบกมาใส่เดินเล่นเลย เพื่อที่จะเข้ากับบรรยากาศแล้วฟินไปอีกแบบ! คิดแล้วอยากจะไปอีกเลยละค่ะ 3. โซล ทาวเวอร์ (N Seoul เที่ยวเกาหลี Tower) มาถึงที่โซลทาวเวอร์เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถเห็นกรุงโซลทั้งเมือง! ทิวทัศน์งามมากยิ่งเป็นตอนกางคืนก็ยิ่งสวยมากมายเลยจริงๆเนื่องจากว่าหอสังเกตการณ์ที่นี้ถือว่าเป็นจุดที่ทิวทัศน์สวยที่สุดในเอเชียเลยละขา แล้วตรงนี้ก็มิได้มีดีแค่ทิวทัศน์งามแค่นั้น เนื่องจากว่ายังเป็นจุดที่คู่สมรสชอบมาเที่ยวกันจำนวนไม่ใช่น้อย นอกเหนือจากที่นี่จะมีชื่อในด้านทิวทัศน์งามแล้ว ก็ยังมีชื่อในด้านการคล้องกุญแจไว้ที่ราวเหล็กเพื่อมีความรักที่จีรังยั่งยืนอีกด้วย ใครที่มีคู่แล้วต้องการให้รักจีรังยั่งยืนก็ลองมาตรงนี้มองนะคะ เสียดายเราไม่มีคู่เลยอดที่จะคล้องเลย 4. เกาะนามิ (Namiseom Island) ที่สุดแล้วกับเกาะนามิเป็นเกาะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูเลย ไม่ว่าจะฝน ร้อน หนาวก็ตาม แม้กระนั้นฤดูที่น่ามาท่องเที่ยวที่สุดเป็นฤดูใบไม้ผลิจ้ะ เพราะเหตุว่าต้นไม้มากมายจะพากันเปลี่ยนสีเ็นสีส้ม สีเหลือง สีแดง บอกเลยว่าเป็นภาพที่หาที่อื่นมิได้แล้วงามมากมายจริงๆ หมดไปแล้วกับสถานที่ท่องเที่ยวครั้งได้ไปท่องเที่ยวในครั้งนี้ บอกเลยคุ้มเอามากๆรอคอยคิดเงินอีกรอบก็จะไปอีก ถ้าหากเพื่อนฝูงๆได้ไปละก็จำเป็นจะต้องรู้สึกชื่นชอบมากมายแน่ๆ

ไปเที่ยวตอนไหนดีใน 4 ฤดูของเกาหลี

เที่ยวเกาหลี บางบุคคลต้องการจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ ก็คงจะคิดละว่าจะไปเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้อีกทั้งท่องเที่ยวบันเทิงใจแล้วก็ช้อปปื้ง วันนี้เราจะพามาแนะนำเพื่อคุณตรวจดูตัวเองว่า ต้องการจะท่องเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของเกาหลี 1. เกาหลีหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม- ก.พ. อุณหภูมิจะอยู่ที่ราวๆ -5 เที่ยวเกาหลี ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมากมาย คนใดกันที่อยากได้เล่นหิมะควรจะตระเตรียมเสื้อแขนยาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเนื่องจากอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายและทำให้ผิวแตกได้ สถานที่เที่ยวที่นิยมในช่วงฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ รวมทั้งลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีวัสดุอุปกรณ์ให้เช่าซึ่งพวกเราไม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับไปให้ยุ่งยาก รับประกันว่าการไปเที่ยวในช่วงฤดูหนาวอย่างงี้ก็ฟินๆไปอีกแบบ 2. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่มี.ค. – พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆมากมายสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของเกาหลี ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการชมดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ทัวร์เกาหลีราคาถูก ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม ชี้แนะให้ไปชมดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกรัฐสภาบอกเลยว่างามเอามาก ใครกันแน่ที่ต้องการจะมาชมดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็ควรมาในขณะนี้เลย 3. ประเทศเกาหลีฤดูร้อน ตั้งแต่มิถานายน – ส.ค. อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นตอนๆที่ร้อนที่สุดของเกาหลี รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝนกตกบางส่วน ถึงอากาศจะร้อนแต่ก็มีสถานที่เที่ยวยอดฮิตมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาก็ เป็นเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ธาตุที่มีสาระต่อสุขภาพมากมายก่ายกอง ผู้ใดกันแน่ที่มาประเทศเกาหลีขณะนี้จำเป็นต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะบอกว่าในช่วงฤดูร้อนของเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้รื้นเริงอยู่ตลอดเวลา ที่ถูกใจท่องเที่ยวแบบตลกขบขันมากับเพื่อนเกลอชี้แนะมาท่องเที่ยวฤดูนี้เลย 4. เกาหลีฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่กันยายน – เดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 5-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ประเทศเกาหลีมีสีสันที่แจ่มใส ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็สีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีชีวิตชีวาแสบตา เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวผู้คนจำนวนมากรอคอยอย่างมากมายเพื่อมาชมมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี และก็แหล่งที่คนไปมากไม่น้อยเลยทีเดียวที่สุดคือ อุทยานแห่งชาติซอรัคซานและเกาะนามิ จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะเหตุว่าในแต่ละฤดูกาลนั้นมีความสวยและก็ความน่าดึงดูดใจที่นานับประการ ซึ่งมันก็ตามทีความชื่นชอบของแต่ละคน และถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวละก็ขอแนะนำให้เรียนรู้หาข้อมูงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและจัดแจงให้ดีก่อนที่จะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

ท่องเที่ยวตอนไหนดีใน 4 ฤดูของประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลีราคาถูก บางคนอยากจะไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือกำลังจะจองไปทัวร์ประเทศเกาหลีอยู่ ก็คงคิดละว่าจะไปเที่ยวตอนไหน ที่ไปแล้วคุ้มค่าที่ได้ทั้งท่องเที่ยวสนุกและก็ช้อปปื้ง วันนี้เราจะพามาชี้แนะเพื่อคุณตรวจดูตัวเองว่า อยากจะท่องเที่ยวตอนไหนใน 4 ฤดูของเกาหลี 1. ประเทศเกาหลีหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคม- กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ที่ราวๆ -5 ถึง -20 องศาเซลเซียส บอกเลยว่าอากาศหนาวมากมาย คนไหนกันแน่ที่อยากเล่นหิมะควรจัดแจงเสื้อกันหนาวไปแบบครึ้มๆหลายๆตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นถุงเท้า รองเท้า ถุงมือ หมวกหรือกางเกง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออย่าลืมนำครีมทาผิวไปด้วยเพราะเหตุว่าอากาศที่หนาวนั้นมันจะแห้งมากมายและก็ทำให้ผิวแตกได้ สถานที่เที่ยวที่นิยมในฤดูนี้ก็คือ กิจกรรมตกปลาเทร้าท์ที่เมืองฮวาชอง เที่ยวเกาหลี เทศกาลจับปลาน้ำแข็งที่อินเจ และลานไอน์สเก็ต ในทุกทุกกิจกรรมจะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้เช่าซึ่งพวกเราไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการไปให้ยุ่งยาก รับประกันว่าการท่องเที่ยวในฤดูหนาวอย่างนี้ก็ฟินๆไปอีกในลัษณะหนึ่ง 2. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 5-15 องศาเซลเซียส เป็นช่วงๆที่อากาศกำลังเย็นสบายๆดอกไม้ต่างๆมากมายสายพันธุ์ก็บานสะพรั่งไปทั่วทุกเมืองของเกาหลี ฤดูนี้เป็นฤดูที่เหมาะกับการดูดอกไม้ไม่ว่าจะเป็น ดอกซากุระ ดอกเชอรี่ หรือดอกแม็กโนเลียก็ตาม ชี้แนะให้ไปดูดอกเชอรี่บานที่ยนจุงโรถนนหนทางที่ทอดวนรอบล้อมตึกสภานิติบัญญัติบอกเลยว่าสวยสดงดงามเอามาก คนใดกันแน่ที่ต้องการจะมาชมดอกไม้ต่างๆในบรรยากาศสบายๆก็น่าจะมาในระยะนี้เลย 3. ประเทศเกาหลีฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิอยู่ที่โดยประมาณ 22-38 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของประเทศเกาหลี รวมทั้งอาจจะมีฝนกตกน้อย ถึงอากาศจะร้อนแต่ว่าก็มีสถานที่เที่ยวยอดฮิตเยอะแยะที่นักเดินทางนิยมมาก็ คือเทศกาลหมักโคลนโพเรียง ซึ่งมีแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายล้นหลาม คนไหนกันที่มาเกาหลีช่วงนี้จำเป็นที่จะต้องไม่พลาดกับเทศกาลหมักโคลนนี้ และก็จะกล่าวว่าในช่วงฤดูร้อนของประเทศเกาหลีนี้จะมีแต่งานเทศกาลต่างๆที่ให้สนุกสนานอยู่ตลอดเวลา ที่ถูกใจไปเที่ยวแบบขำขันมากับเพื่อนฝูงชี้แนะมาเที่ยวฤดูนี้เลย 4. ประเทศเกาหลีฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่ก.ย. – พ.ย. อุณหภูมิอยู่ที่ราว 5-25 องศาเซลเซียส เป็นช่วงที่ประเทศเกาหลีมีชีวิตชีวาที่แจ่มใส ใบเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้วก็สีแดงส่วนใบแปะก๊วยก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่มีสีสันแสบตา เป็นฤดูที่นักท่องเที่ยวหลายคนรอคอยมหาศาลเพื่อมาชมมองใบไม้ที่เปลี่ยนสี และก็แหล่งที่คนไปเยอะแยะที่สุดคือ เที่ยวเกาหลี อุทยานแห่งชาติซอรัคซานแล้วก็เกาะนามิ จะบอกเลยว่าประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศที่ทุกคนสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะว่าในแต่ละฤดูกาลนั้นมีความสวยและความน่าดึงดูดใจที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันสุดแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละคน และก็ถ้าคุณอยากจะท่องเที่ยวละก็ขอชี้แนะให้เรียนรู้หาข้อมูงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยรวมทั้งเตรียมพร้อมให้ดีก่อนจะท่องเที่ยวประเทศเกาหลี

6 สถานที่เที่ยวประเทศเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่ช่วงเวลากลางวัน

ทัวร์เกาหลี คนใดกันแน่ที่ต้องการท่องเที่ยวประเทศเกาหลีหรือเที่ยวกับทัวร์ประเทศเกาหลี ที่มีค่าดำรงชีพไม่สูงใครๆก็ต้องนึกถึงกรุงโซลเกาหลีใต้อย่างแน่แท้ บอกได้เลยว่าที่นี่มีทั้งหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์งามๆแหล่งช้อปปิ้งดีๆแถมของกินก็ถูกปากคนไทยเอาซะด้วย แม้กระนั้นวันนี้เราคงมิได้จะพามาชี้แนะที่เที่ยวแบบซ้ำจากจำเจๆแน่ๆ เนื่องจากว่าเราจำเป็นต้องพูดว่าเกาหลีนั้นไม่ได้มีแค่ที่เที่ยวช่วงกลางวันงามๆเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังมีตอนกลางคืนที่น่าท่องเที่ยวแบบเดียวกัน มาดูกันเลยว่ามีที่แห่งใดบ้าง ลุย! 1. ย่านทงแดมุน คนไหนกันที่มีจุดมุ่งหมายเป็นการช้อปปิ้งแล้วก็อยากเสื้อผ้างามๆเก๋ๆที่ไม่มีใครเหมือนแล้วละก็ย่านทงแดมุนรองรับความต้องการของคุณแน่ๆ แถมที่นี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเยอะมากไม่ว่าจะเป็น เครื่องสำอางค์ที่แพงถูก เสื้อผ้าที่ดูงามเก๋ แถมในกระเป๋านี้เขาเปิดถึงดึกมากๆเรียกได้ว่าเปิดกันถึงเช้าเลยก็ว่าได้ ทัวร์เกาหลี ด้วยเหตุนี้คุณสามารถช็อปกระจาย เที่ยวเกาหลี หมดเงินได้ตามสบายเลย 2. ย่านดงแด คนไหนที่สายงานเลี้ยงที่ชอบแฮงเอาท์ แดนซ์กระจัดกระจาย รวมทั้งชอบไปส่งโอปป้าหล่อๆละก็ จำเป็นต้องมาย่านป่าแฮ เนื่องจากย่านนี้เป็นบริเวณที่สะสมในคลับดีๆไว้มาก และก็ที่สำคัญตรงนี้เขาปิดกันถึงตี 5 เปิดปาร์ตี้กันแบบยาวๆสนุกกันผ่านวันข้ามคืนกันอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นสาวๆก็ต้องระมัดระวังตัวด้วยนะ 3. เขตกังนัม ใครกันแน่ที่ถูกใจนั่งดริ้งฟังเพลงแบบชิวๆแล้วหลังจากนั้นก็จำเป็นต้องมาย่านกังนัม นอนที่นี่เหมาะกับคนที่ถูกใจนั่งจิบเบียร์สดเพลิดเพลินๆเม้าท์มอยกันไปแบบเรื่อยๆพอรู้สึกต้องการลับก็กลับไปนอนเพราะที่นี่เขาปิดแค่ถึงตี 2 4. ริมแม่น้ำฮัน หากต้องการจะมองทิวทัศน์สวยๆมีความโรแมนติกละก็ควรต้องมารินแม่น้ำฮัน ซึ่งเป็นแหล่งยอดฮิตที่นึงที่วัยรุ่นวัยรุ่นชอบมานั่งชมวิวหรือมานั่งจิบกันเยอะแยะ แต่การที่จะมาหาที่นั่งที่นี้ก็บางครั้งอาจจะนานสักนิด โน่นก็เพราะว่ามีคนมาเยอะแยะเอามากๆนั่น จริงๆก็ไม่ประหลาดใจมากแค่ไหน วิวสวยบรรยากาศดีอย่างงี้ คนไหนกันแน่ละจะไม่มาท่องเที่ยวกันใช่ไหมละ 5. สวนลอยฟ้า Seoullo 7017 ที่นี่เป็นจุดแลนด์มาร์คสถานที่เที่ยวของประเทศเกาหลีที่เพิ่งเปิดตัวกันไปได้ไม่นาน กับทางเท้าลอยฟ้าที่สถานีรถไฟกรุงโซล ที่นี่จะมีการเก็บรวบรวมต้นไม้หลายสายพันธุ์เอาไว้ และไฟค่ำคืนที่นี้งามมาก คนใดกันที่ต้องการมาถ่ายรูปงามๆแล้วจะเอาอัพอเพียงวดสหายลงโซเซียล ก็ต้องมาตรงนี้ให้ได้เลย 6. เขตอัพกูจอง เขตนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง SM Entertainment แล้วก็ JYP Entertainment อีกทั้งยังเป็นย่านในช่วงเวลากลางคืนที่มีความสวยมากมายๆเนื่องจากถือว่าเป็นย่านเศรษฐกิจของกรุงโซลนั่นเอง ตรงนี้ก็เลยเต็มไปด้วยร้านขายของที่มีสินค้าแบรนด์ดังเยอะมาก และห้องอาหารอร่อยๆมากมายไปหมด และสิ่งจำเป็นที่สุดก็คือมีโอปป้าเพียบ!นั่นเอง เป็นยังไกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวกรุงโซลงามๆในค่ำคืน คนไหนกันที่ต้องการจะไปประเทศเกาหลีละก็อย่าลืมไปในสถานที่พวกเราได้เสนอแนะไปด้วยละ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับสิ่งที่เราได้ชี้แนะไปแน่ๆ

4 ร้านค้าสายหมูย่างเกาหลี ที่จำเป็นต้องมากินในกรุงโซล!!

เที่ยวเกาหลี หลายๆคนไปเกาหลีก็คงจะคิดว่านอกจากเรื่องท่องเที่ยวแล้วน่าจะไปกินอะไรเป็นพิเศษดี ซึ่งนี้จึงต้องการจะเสนอแนะรายการอาหารพิเศษที่บอกไว้ว่าถ้าไปเกาหลีแล้วจำต้องกินให้ได้ ยิ่งคนไหนเป็นสายกินปิ้งย่างแล้วละก็ร้านค้าหมูย่างที่พวกเราจะแนะนำวันนี้คุณจำเป็นที่จะต้องถูกอกถูกใจอย่างไม่ต้องสงสัย มองกันเลยว่ามีร้านไหนบ้างในกรุงโซลบ้าง!! 1. จองแดโพ Jeongdaepo เป็นร้านอาหารปิ้งย่างในกรุงโซลของเกาหลีที่ชื่อดังมาก บอกแล้วว่าร้านนี้ได้ออกรายการทีวีมาแล้ว จึงรับประกันได้เลยว่าจำต้องอร่อยมากเลยจริงๆจุดแข็งของร้านค้านี้เลยก็คือจะใช้เตาแบบกระทะวงแหวน ซึ่งจะสามารถทำให้ปิ้งเนื้อหมูไปพร้อมๆกับไข่และชีสได้ด้วย ทั้งยังเนื้อหมูของร้านค้านี้บอกเลยว่าออกมาได้รสที่เยี่ยมยอดสุดๆเนื้อนุ่มยิ่งรับประทานห่อผักด้วยรวมทั้งอร่อยจนจำต้องบอกต่อ พิกัด : มาโป เวลาเปิดปิด : 11:00-02:00 น. 2. ฮงบาร์ Hong Bar เป็นร้านที่จะจำต้องถูกอกถูกใจสำหรับคนที่ถูกใจกินบุฟเฟ่อปิ้งแน่นอน เนื่องจากตรงนี้เขามีเมนูปิ้งย่างให้กินแบบจุใจในราคาเริ่ม 12,900 วอนเหลือแค่โดยประมาณ 390 บาทแค่นั้น นอนว่าถ้าเป็นร้านค้าบุฟเฟ่ก็จะต้องมีอาหารอย่างอื่นให้กินกันอีกด้วย ทัวร์เกาหลีราคาถูก ก็จะมีพวกเกี๊ยวซ่า สปาเกตตี้ สลัด ซุป ข้าวผัด ข้าวสุก รวมทั้งมีของเคียงต่างๆรวมถึงผลไม้แล้วก็ของว่างให้คุณได้อิ่ม และก็ได้กินนานาประการในมื้อเดียวแบจุใจกันไปเลย พิกัด : เที่ยวเกาหลี เมียงป่า เวลาเปิดปิด : 11:00-22:00 น. 3. พัลแซก ซัมกยอบซัล Palsaek Samgyeopsal เป็นร้านหมูย่างประเทศเกาหลีที่มีชื่อมาก ซึ่งได้ออกรายการทีวีมาแล้วอย่างมาก ลักษณะเด่นของร้านค้านี้ทีเด็ดเลยก็คือเนื้อหมูย่างของเขานั้นมีให้เลือกถึง 8 สี 8 จำพวก ซึ่งเนื้อหมูแต่ละแบบนั้นก็ได้ผ่านการพัฒนาและก็ปรับปรุงแก้ไขเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านค้านี้เลย บอกเลยว่าเนื้อหมูและรสชาติของร้านนี้จะไม่ราวกับที่อื่นๆเลยเด็ดขาด ทั้งเบอร์นี้ยังมีสาขาขยายในเมืองนอกมากอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น จีน ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน หรืออเมริกา แบบงี้จำเป็นต้องไปทดลองชะแล้ว!! พิกัด : มาโป เวลาเปิดปิด : 11:00-00:00 น. 4. ฮานัม ทเวจีจิบ Hanam Dwaeji jib ห้องอาหารสไตล์ประเทศเกาหลีแบบจะมีพนักงานที่รอปิ้งหมูให้คุณรับประทานด้วย ซึ่งในร้านค้านั้นจะเน้นย้ำแบบสบายๆสนิทสนม เนื้อหมูของที่นี่นั้นบอกได้เลยมีคุณภาพที่อร่อยและก็เยี่ยมมาก ผักสดหรือเครื่องแนมต่างๆก็อร่อย อีกรอบตรงนี้ยังมีกิมจิแบบโฮมเมดซึ่งทางร้านค้าสร้างขึ้นมาเองอีกด้วย คนไหนกันที่อยากรับประทานแบบสบายๆสไตล์ประเทศเกาหลีก็สามารถมานั่งกินร้านนี้ได้เลย พิกัด : ต้องโน เวลาเปิดปิด : 17:00-00:00 น.

ท่องเที่ยวย่างกุ้ง ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์

เที่ยวพม่า ถ้ากล่าวถึงเมืองปิ้งกุ้งหรือการท่องเที่ยวพม่าแล้วก็คงคิดถึงการทัวร์ประเทศพม่า เพื่อไปทำบุญสุนทานไหว้พระขอพรให้สมหวัง ทัวร์พม่าราคาถูก เพราะเหตุว่าส่วนมากคนประเทศไทยที่ท่องเที่ยวปิ้งกุ้งนั้นก็ไปขอพรกับวัดดังๆกันจำนวนมาก วันนี้พวกเราจึงได้คัดสรรสถานที่เที่ยวของเมืองปิ้งกุ้ง ว่าควรท่องเที่ยวตรงไหนดี 1. มหาวิชยเจดีย์ เป็นเจดีย์ที่อยู่ติดกับชเวดากอง ก็เลยทำให้ผู้คนจำนวนมากอาจจะละเลย แต่สำหรับวันนี้เราจะขอมาชี้แนะมหาวิชยเจดีย์ที่คุณน่าจะมาเที่ยวดุสักหนึ่งครั้ง เป็นเจดีย์องค์โตสีทองงามระยิบระยับแถมยังมีผู้คนไม่คับคั่งสงบเงียบและไม่จำต้องเสียค่าเข้าชมอีกด้วย ภายในเพียงพอเข้ามาก็จะได้เจอกับห้องรับรองตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ พร้อมด้วยพุทธรูป 8 องค์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลาง ทัวร์พม่าราคาถูก นอกเหนือจากนี้ชาวกรุงยังเช้าใจกันว่าภายในมีพระเกษาธาตุ 2 เส้น อีกด้วย 2. วัดชเวตอเมียต เป็นวัดที่จะต้องถูกอกถูกใจเหล่าบรรดาตากล้องแน่ๆเลย ขอเป็นสถาปัตยกรรมแบบผู้การโบราณที่ผสมผสานกับประเทศพม่าในสมัยต่างๆเป็นเจดีย์ที่ถูกออกแบบมาเป็นทรงวังแปดเหลี่ยมปลายยอดเจดีย์นั้นประดับโดยการใช้ทองคำแท้ รวมทั้งด้านในวัดนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วศักดิ์สิทธิ์จากประเทศจีน ชาวไทยโดยมากจะเรียกว่าวัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั่นเอง 3. เจดีย์สุเล เป็นที่เที่ยวที่เดียวที่ตั้งอยู่แกนกลางเมืองปิ้งกุ้งที่มีลักษณะหรือเปรียบเทียบได้ว่าคล้ายๆกับอนุสาวรีย์ เจดีย์สูเลนั้นเปรียบได้เสมือนดั่งกับหัวใจของเมืองย่างกุ้ง เพราะว่าเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของคนกรุงแถมยังสร้างขึ้นมานานกว่า 2,000 ปี องค์เจดีย์ถูกดีไซน์มาเป็นทรงแปดเหลี่ยมมีสีทองแพรวพราวแล้วก็มีความสูง 46 เมตร ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลได้เลย 4. ทะเลสาบกันดอว์จี นอกเหนือจากวัดแล้วปิ้งกุ้งยังมีทะเลสาบกันดอว์จีหรือทะเลสาบหลวงให้เราได้มาผ่อนคลาย เป็นบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติรวมทั้งเงียบสงบ จุดแข็งของตรงนี้เป็นสะพานไม้ที่ยาวออกไปในทะเลสาบซึ่งพวกเราสามารถเดินชมบรรยากาศบนสะพานไม้ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถมองเห็นเจดีย์ชเวดากองแล้วก็ห้องอาหารการะเวก ซึ่งเป็นร้านอาหารเรือ มีลักษณะท่อนหัวเหมือนนกการะเวก โดยเลียนแบบสถาปัตยกรรมมาจากพระที่นั่งของกษัตริย์เมียนมาร์ มีความเก่าแก่เกือบๆ50 ปี และเป็นที่ที่เอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกบ้านแขกเมือง คนใดที่อยากจะมาท่องเที่ยวทะเลสาบกันดอว์จี (สวนสาธารณะกันดอว์จี) จะต้องเสียค่าเข้าชม 300 จ๊าต แล้วก็ค่ากล้องที่เอาไว้ถ่ายภาพอีก 500 จ๊าต 5. ตลาดบอกยอค อองซาน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในปิ้งกุ้ง ตลาดที่นี้มีอีกชื่อนึงว่า ตลาดสก๊อต ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งตามคนสร้างอย่างนายสก๊อต คนอังกฤษ เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้าขายเกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น อาหารนานาประเภท เสื้อผ้า อัญมณี ตะเกียงแก้ว นาฬิกาสำหรับใส่ข้อมือเก่า ผ้าไหมลายต่างๆผลิตภัณฑ์จากคนกลุ่มน้อย รวมทั้งที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นภาพที่วาดขึ้นมาจากสีน้ำมันงามๆที่นิยมมาซื้อเพื่อเอาไปแต่งบ้านกันแถมยังราคาไม่แพงด้วย

5 สถานที่สำหรับท่องเที่ยวมหานครกรุงโตเกียว ที่สนุกสนานอย่างแน่แท้

ทัวร์ญี่ปุ่น โตเกียวเป็นมหานครรวมทั้งเป็นเมืองสำคัญของประเทศญี่ปุ่น อีกทั้วยังเป็นเมืองที่มีสถานที่เที่ยวดังๆยอดฮิตของประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่นี่อีกด้วย และการเดินทางสำหรับเพื่อการท่องเที่ยวนั้นก็แสนสบายและง่ายมากเพราะเหตุว่ามีระบบขนส่งที่กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ การเดินทางไปในที่ต่างๆมันสะดวกและง่ายมากๆวันนี้เราจะมาเสนอแนะสถานที่เที่ยวของกรุงเมืองโตเกียว ที่รับรองว่าเพื่อนๆควรต้องชอบอย่างไม่ต้องสงสัย 1. สวนโชวะ คิเนน Showa Kinen Park ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของจักรพรรดิโชวะ ซึ่งตรงนี้มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ อยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโตเกียว ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก ด้านในของตรงนี้จะแบ่งโซนออกเป็น 2-3 ส่วนโดยในแต่ละส่วนนั้นจะเชื่อมต่อกันด้วยทางสำหรับทางเดินเท้าและก็รถจักรยาน ทางเข้าหลักจะเรียงรายด้วยต้นกิงโกะรวมทั้งต้นเมเปิ้ล ที่จะสวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้หล่นอีกด้วย 2. สวนอุเอโนะ Ueno Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียว บอกเลยว่าสวนสาธารณะที่นี้ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนธรรมดาแม้กระนั้นด้านในนั้นมีที่เที่ยวครบเครื่องมากๆมีอีกทั้ง ศาลเจ้า ทะเลสาบ รวมทั้งสวนสัตว์อีกทีมีบรรยากาศร่มรื่น ก็เลยทำให้ที่นี่เป็นที่พักผ่อนของชาวโตเกียวกันจำนวนมาก ซึ่งในตอนที่จะมีคนนิยมมาสูงที่สุดก็คือจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีต้นซากุระออกดอก ซึ่งทุกคนในกรุงเมืองโตเกียวและนักเดินทางจะมานั่งพักผ่อนแล้วก็เพื่อดูดอกซากุระกันเยอะมากๆ 3. ตลาดอะเมโยโกะ Ameyoko Market อีก 1 ตลาดที่มีคนมาท่องเที่ยวมากที่สุด ซึ่งตลาดที่นี้จะมีบรรยากาศที่ครึกครื้นอยู่เสมอเวลา ตรงนี้จะเป็นตลาดช่วงกลางวันที่ร้านค้าโดยมากจะเริ่มเปิดตั้งแต่ 10:00 นไปถึงช่วงเวลาเย็นแล้วมักจะปิดแต่ละวันพุธ สิ่งที่น่าดึงดูดของตลาดแห่งนี้ก็น่าจะเป็นการที่มีสินค้าที่มากมายเยอะมาก นึกว่าจะมีทั้งยังของสดสิ่งของของกิน ทัวร์ญี่ปุ่นราคาถูก เครื่องแต่งตัว กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าอีกทั้งของประเทศญี่ปุ่น ของนำเข้าจากต่างแดน อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ร้านค้าขนมของขบเคี้ยว ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ ขนมเค้ก ช็อคโกแลต ไอติม เฉลียงมมุก แล้วก็ร้านอาหารญี่ปุ่น เรียกได้ว่ามีของทุกสิ่งจริงๆ 4. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว Tokyo National Museum ตั้งอยู่ด้านในสวนอุเอโนะ เขตไทโต เป็นพิพิธภัณฑสถานที่มีความเก่าแก่และใหญ่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตัวตึกนั้นเป็นการประสมประสานระหว่างความเป็นตะวันตกแล้วก็อารยธรรมของญี่ปุ่นได้อย่างพอดี ข้างในพิพิธภัณฑ์จะเต็มไปด้วยศิลปะวัตถุโบราณ แล้ววัตถุล้ำค่าที่มีทั้งยังของญี่ปุ่นเองจนถึงไปถึงของทวีปเอเชียที่เอามาจัดแสดง 5. สวนสัตว์อุเอโนะ Ueno Zoo สถานที่ท่องเที่ยวที่จะจะต้องมาให้ได้ซึ่งอยู่กลางเมืองเขตอุเอโนะ ตรงนี้ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ปกติแต่ว่าเป็นสวนสัตว์ที่ได้ชื่อว่าดั้งเดิมเยอะที่สุดในญี่ปุ่น อีกทั้งที่ตั้งของสวนสัตว์นี้ก็ยังอยู่ด้านในส่วนตัวมากมายอีกด้วย ที่นี่เป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆด้านในก็มีการจัดโชว์สัตว์ที่นานัปการสายพันธุ์แม้กระทั้งสัตว์ที่หายากก็ยังมีให้มอง แฟนสัตว์มาตรงนี้รับประกันได้เลยว่าจึงควรชอบรวมทั้งชอบใจกันอย่างไม่ต้องสงสัย